| นโยบายการขยายธุรกิจ |
|---|
|
การเปิดร้านสาขาของ “แบล็คแคนยอน” มีการขยายเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบภัตตาคาร / ร้านอาหาร (Coffee House) จำหน่ายกาแฟ เครื่องดื่ม และอาหาร แบ่งเป็น 2 ประเภท 1.1 Mini - Coffee House จำหน่ายเฉพาะกาแฟ เครื่องดื่ม อาหารว่าง อาหารจานเดียว อาหารประเภทยำและมีขนาดของพื้นที่ประมาณไม่เกิน 100 ตารางเมตร 1.2 Full - Service Coffee House จำหน่ายกาแฟ เครื่องดื่ม อาหารทุกประเภท มีขนาดพื้นที่ประมาณ 100 - 150 ตารางเมตร 2. รูปแบบร้านกาแฟ (Coffee Corner / KIOSK) จำหน่ายเฉพาะกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ขนาดพื้นที่ประมาณ ไม่เกิน 50 ตารางเมตร
|
| ระยะสัญญา |
|
ระยะเวลา 10 ปี ( 5 ปี ต่อ 5 ปี)
|
| ค่าธรรมเนียม |
|
1. ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 1. Mini-Coffee House * ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 800,000 บาท * ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 250,000 บาท 2. Full-Service Coffee House * ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 1,000,000 บาท * ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 300,000 บาท 3. Coffee Corner / KIOSK & Gelatoni * ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 600,000 บาท * ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 200,000 บาท 2. ค่าโรยัลตี้ (Royalty Fee) และค่าการตลาด (Marketing Fee) ค่าโรยัลตี้ คำนวณ 3% จากยอดขาย หักค่าวัตถุดิบที่สั่งซื้อจากบริษัทฯ และมีการกำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปี * Coffee House 200,000 บาท * Coffee Corner/Gelatoni 100,000 บาท ค่าช่วยส่งเสริมการตลาด คำนวณ 2% จากยอดขายหักค่าวัตถุดิบที่สั่งซื้อจากบริษัทฯ 3. ค่าสำรวจสถานที่ บริษัทฯ จะเข้าร่วมในการตัดสินใจเลือกสถานที่ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของที่ตั้ง เพื่อเปิดดำเนินธุรกิจ กรณีการสำรวจสถานที่ต่างจังหวัดจะคิดค่าธรรมเนียม 10,000 บาท ไม่รวมค่าที่พักและค่าเดินทางที่บริษัทฯ จะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้น 4. ค่าออกแบบ ในการออกแบบร้าน “แบล็คแคนยอน” บริษัทฯ จะเป็นผู้คัดเลือกสถาปนิกผู้ออกแบบโดยผู้รับสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการออกแบบตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นหรือในอัตราค่าธรรมเนียม วิชาชีพมาตรฐาน ที่สมาคมสถาปนิกเป็นผู้กำหนด ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่และลักษณะรูปแบบของร้าน การออกแบบจะต้องยึดถือนโยบายของบริษัทฯ โดยเคร่งครัด โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการออกแบบจะประมาณ 80,000 –150,000 บาท หรือ 8 – 15% ของ งบประมาณค่าตกแต่งสถานที่ 5. ค่าตกแต่งสถานที่และค่าป้ายชื่อร้าน ผู้รับสิทธิ์เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้าน ทั้งหมดและค่าป้ายชื่อร้านตามรูปแบบที่กำหนด ผู้รับสิทธิ์สามารถใช้บริการจากผู้รับเหมาก่อสร้างที่หามาเอง แต่ต้องมีประสบการณ์ในการรับเหมาก่อสร้างร้านอาหารมาก่อนหรือจะพิจารณาจากผู้รับเหมาที่บริษัทฯ แนะนำให้ก็ได้ โดยจะดำเนินการเปิดประมูลเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเหมาะสมโดยพิจารณาถึงผลงาน ประสบการณ์ และความมั่นคงของผู้รับเหมาตลอดจนความสามารถที่จะก่อสร้างตกแต่งร้านให้เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาได้อย่างถูกต้อง ผู้รับเหมาตกแต่งสถานที่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของศูนย์การค้าหรือเจ้าของสถานที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ศูนย์การค้าหรือสถานที่บางแห่งอาจมีข้อบังคับให้ผู้รับเหมาหรือผู้รับสิทธิ์ต้องวางเงินมัดจำค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นประกันความเสียหาย 6. อุปกรณ์เครื่องครัว ภาชนะบรรจุ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ และเครื่องแต่งกาย ผู้รับสิทธิ์ต้องจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องครัว ภาชนะบรรจุ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และเครื่องแต่งกายตามรูปแบบและมาตรฐาน ที่กำหนดโดยบริษัทฯ 7. เครื่องเก็บเงิน ผู้รับสิทธิ์เป็นผู้ลงทุนจัดหาเครื่องเก็บเงิน และซอฟท์แวร์ ตามที่กำหนดโดยบริษัทฯ เพื่อให้แคชเชียร์ใช้ในการเก็บข้อมูล ออเดอร์ คำนวณค่าอาหาร สรุปยอดขาย ฯลฯ เครื่องเก็บเงินที่ใช้ทุกเครื่องจะต้องผ่านการขออนุญาตการใช้เครื่องบันทึกเก็บเงินจากสรรพากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 8. ค่าธรรมเนียมการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และค่าธรรมเนียมขออนุญาตทางราชการ ผู้รับสิทธิ์จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต่อกรม ทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนค่าอากร ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ค่าภาษีป้าย ค่าภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมงานอนามัย ค่าภาษีโรงเรือน เป็นต้น ผู้รับสิทธิ์จะต้องชำระตามจริงที่เกิดขึ้น 9. การฝึกอบรม 9.1 ผู้รับสิทธิ์และผู้จัดการร้านจะต้องเข้าโปรแกรมการฝึกอบรมกับบริษัทฯ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 – 60 วัน 9.2 หลักสูตรการฝึกอบรมจะครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในร้าน การตรวจสอบสินค้าและรายได้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า การบริหารงานบุคคล การสร้างทีม รวมถึงขั้นตอนการปรุงกาแฟ เครื่องดื่มและอาหารที่ได้มาตรฐาน สถานที่การฝึกอบรม จะแบ่งเป็น 2 ส่วน 1. ภาคทฤษฎี อบรมที่สำนักงานใหญ่ ถนนลาดพร้าว 2. ภาคปฏิบัติอบรม ณ สถานที่บริหารงานโดยสำนักงานใหญ่ ซึ่งจะมีพนักงานของสาขาแต่ละตำแหน่งเป็นผู้ฝึกอบรมประมวลผลและพี่เลี้ยง 9.3 บริษัทฯ จะส่งทีมงาน “Set up” มืออาชีพไปช่วยในการเตรียมงานก่อนการเปิดร้าน และจะอยู่ให้ความช่วยเหลือ ณ ร้านสาขาเป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การเปิดร้านจะเป็นไปด้วยความราบรื่น และสร้างความประทับใจที่ดีให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะเป็นผลดีต่อไปในอนาคต 9.4 หลังจากการเปิดร้านผู้รับสิทธิ์สามารถส่งพนักงานทุกตำแหน่งเข้ารับการฝึกอบรมได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทจะมีเอกสาร แจ้งให้สาขาทราบถึงตารางการฝึกอบรมประจำเดือน 10. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผู้รับสิทธิ์จะต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคงมีเงินทุนสำรองเพียงพอต่อการใช้เป็นเงิน ทุนหมุนเวียนของกิจการ เช่น ค่าเงินเดือน ค่าวัตถุดิบ ค่าภาษี ค่าส่งเสริมการขาย ค่าวัตถุดิบ ฯลฯ
|